รีวิวประสบการณ์จริง! เรียนต่อมัธยม 1 ปี ที่นิวซีแลนด์ "One Tree Hill College"
- 1 day ago
- 2 min read

เวลาผ่านไปเร็วมาก แบบเร็วจริงๆ 😭
ยังจำวันแรกที่หิ้วกระเป๋าใบใหญ่ๆ มาถึงสนามบินแบบงงๆ ภาษาอังกฤษก็ยังไม่มั่นใจ อากาศก็หนาวกว่าที่คิด ตอนนั้นสิ่งแรกที่คิดเลยคือ “เราจะรอดไหมเนี่ย”😣🥺
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราต้องออกมาใช้ชีวิตเองคนเดียวจริงๆ แบบไม่มีครอบครัว มีแค่ตัวเราเองจริงๆ ก่อนมาเรากลัวหลายอย่างมาก
กลัวฟังไม่ออก
กลัวไม่มีเพื่อน
กลัวเรียนไม่ทัน
กลัวเข้ากับโฮสไม่ได้
กลัวคิดถึงบ้าน
แต่พอได้ใช้ชีวิตจริง ๆ มันไม่ได้แย่แบบที่คิดเลย 🥰
จริงๆ เทอมของที่นี่เริ่มตั้งแต่ July แต่เราไปถึงช่วง September 2023 เลยเข้าไปก็เป็นเทอม 4 เลยทันที 5555 แบบยังไม่ทันตั้งตัวก็ปลายปีเขาแล้ว เราเลยเริ่มที่ Y12 เทอม 4 ปี 2023 แล้วก็ต่อยาวมาจนถึง Y13 เทอม 1–2 ปี 2024
เพราะเข้าไปตอนเทอม 4 เทอมแรกเลยไม่หนักมาก เหมือนเขาให้มาลองเรียน ปรับตัวก่อน ยังไม่ได้สอบอะไรจริงจัง เพราะเรียนไม่ครบพอจะสอบ ดีมาก ไม่งั้นคงช็อกแน่ๆ 😂

โรงเรียนบรรยากาศดีมากกก สนามหญ้ากว้างๆ อาคารเรียนมีหลายตึกมาก ช่วงๆแรกหลงทางหาห้องวุ่นเลย (ที่นี่เดินเรียนนะ) ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติ นักเรียนที่นี่แต่งยูนิฟอร์ม ครูเรียกเราด้วยชื่อเล่น (ชื่อจริงอาจจะเรียกยากไปนิดนึง) คุยกันแบบสบายๆ
ที่นี่มีนักเรียนต่างชาติหลายประเทศ ส่วนใหญ่ที่เราเจอคือ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ตอนนั้นเหมือนจะมีคนไทยอีก 1 คน แต่เขาเป็นลูกครึ่ง ไม่ได้มาแบบ international student เหมือนเรา เจอกันแค่เทอมเดียว เขาก็เรียนจบ แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย 5555
ตอนแรกเราใช้ชื่อเล่นไทย “ปังๆ” นี่แหละ แต่ต่างชาติออกเสียงไม่ค่อยได้ เราเลยอยากมีชื่อภาษาอังกฤษบ้าง ไปนั่งเลือกกับป้าแมรี่ (Dean of International Program) เราอยากให้ยังขึ้นต้นด้วย P เหมือนเดิม สุดท้ายไปเจอ “Phoebe” เขียน PH แต่ออกเสียงว่า “ฟีบี” รู้สึกว่ามันแปลกดี ไม่เคยได้ยิน เลยเอาชื่อนี้เลย ตั้งแต่นั้นมาในโรงเรียนเราก็คือ Phoebe แต่โฮสก็ยังเรียกปังๆ เหมือนเดิม 😂
การเรียนที่นี่เน้น discussion เยอะมาก ครูให้ความสำคัญกับ “ความคิด” มากกว่าคำตอบถูกหรือผิด ตอนแรกเราไม่กล้ายกมือเลย กลัวสำเนียงตัวเอง + ภาษาอังกฤษยังไม่คล่อง แต่ครูไม่เคยกดดัน ถ้าพูดผิดก็ช่วยแก้แบบใจเย็นมาก
ช่วงแรกฟังเพื่อนไม่ทันเลย 😭 กลับบ้านต้องเปิดโทรศัพท์แปลคำศัพท์ทุกวัน แต่พอผ่านไปสักพัก หูเริ่มชินกับสำเนียง เริ่มเข้าใจมุกเพื่อน เริ่มกล้าพูดแทรกในการสนทนา มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว

ที่นี่เรียน 5 วิชาต่อปี ก่อนเริ่มเทอมเขาจะเรียกไปคุยว่าเราควรเรียนอะไร ในฐานะ international student วิชาที่ต้องลงแน่ๆ คือ Math กับ English
เทอมแรกเราเลือก Drama, English, Art Design, Math เพราะเข้าไปตอนปลายปี เลยยังไม่ได้สอบอะไรจริงจัง
พอขึ้น Y13 เทอม 1 ของจริงเริ่มเลย เราเลือก English, Art Design, Math, DLT, Hospitality เลือกหลากหลายมากเพราะอยากลองหลายอย่าง ถึงจะเหนื่อยเพราะต้องปรับตัวเยอะ แต่สนุกมาก ได้สอบระหว่างเทอม แล้วได้ E เกือบทุกตัวด้วย (แอบภูมิใจนิดนึง 😆) แต่เพราะเราไม่ได้เรียนจนจบเทอม 4 เลยไม่ได้สอบ Final (NCEA) แอบเสียดายนิดหน่อย แต่ประสบการณ์ที่ได้มันคุ้มมากแล้ว
โรงเรียนนี้เป็นระบบ NO PHONE ไม่ได้ยึดมือถือ แต่ห้ามใช้ระหว่างเรียนเด็ดขาด และช่วงพักก็ห้าม!!
เรื่องอาหารกลางวัน โรงเรียนให้ฟรี มีอย่างเดียวไม่มีตัวเลือก และเราเป็นคนกินยากมาก ผักไม่กิน มันไม่กิน นี่ไม่กิน นั่นไม่กิน ต้องเขี่ยออกครึ่งจาน 5555 จริงๆ เอาไปเองได้ แต่นี่ขี้เกียจเอง😵💫
เรื่องที่อึ้งสุดๆคือเราได้รับ certificate for demonstrating school values !!! ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ อยู่ดีๆ ครูประจำชั้นเสนอชื่อขึ้นไปรับ ดีใจมากกกก เหมือนนิสัยคนไทยที่ยิ้มแย้ม ช่วยเหลือคนอื่น คนที่นี่เขาชอบมากๆ เราเองยังไม่คิดว่าตัวเองจะได้อะไรแบบนี้เลย เพราะรู้สึกว่าก็ใช้ชีวิตไปวันๆ ไร้สาระบ้างอะไรบ้าง 😂
ครูที่เขารู้ว่าวันเกิดเรา พอถึงวันเกิดเราเขาHBDเรากันแบบสุดๆ เพื่อน,โฮสก็ด้วย ทั้งเค้กเอย ของขวัญเอย ทุกคนน่ารักมากๆ ทำเอาลืมไม่ลงเลย
เขามีจัดงานPromด้วยนะ ตื่นเต้นมากเพราะเป็นครั้งแรกของเรา เราใส่ชุดไทยไปงานด้วย กางเกงขายาว สไบ (มาก่อนการณ์สเทรนด์สุดๆ55555) มีแต่คนชอบ ภูมิใจมากกกก ชุดไทยเริ่ดสุด

เราอยู่โฮมสเตย์ โฮสพ่อเป็นกีวี แม่เป็นคนจีน มีลูกสาว 7 ขวบ 1 คน ซนมากกกก ตอนแรกคิดถึงอาหารไทยหนักมาก อยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้งสุดๆ แต่พอเปิดใจลองอาหารกีวี อาหารจีน บางอย่างกลายเป็นเมนูโปรดไปเลย โฮสดีมาก รักเราเหมือนลูกอีกคน พาไปเที่ยว ให้ของขวัญครบ เราสนิทกับลูกสาวเขามาก น้องติดเราแจเลย ช่วงหลังโฮสฝากเราไปรับน้องช่วงปิดเทอม น้องดีใจมากทุกครั้ง น่ารักมาก จนถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ คิดถึงมากจริงๆ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปเยี่ยมแน่นอน
ถึงจะมีโฮสดูแล แต่เราก็ต้องซักผ้าเอง ทำงานบ้านเอง จัดการเวลาเอง มันทำให้เราโตขึ้นเยอะมาก ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่มันอยู่ในบทสนทนาตอนมื้อเย็น ตอนเล่าเรื่องวันของเรา มันกลายเป็นเรื่องธรรมชาติไปเอง
แน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายทุกวัน มีวันที่เหงามาก คิดถึงบ้านมาก ฟังไม่ทันแล้วรู้สึกว่าตัวเองช้า บางวันกลับบ้านมาเงียบๆ แอบร้องไห้คิดถึงครอบครัว คิดถึงหมาแมว โดยเฉพาะช่วงสอบ คือเครียดจริง อ่านหนังสือเป็นภาษาอังกฤษทั้งวัน แล้วก็แอบกดดันตัวเองว่า “เรามาไกลขนาดนี้แล้ว ต้องทำให้ได้สิ” บางคืนก็เงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงความคิดตัวเองชัดเกินไป
แต่พอผ่านช่วงนั้นมาได้ เราจะภูมิใจในตัวเองมาก เพราะเรารู้ว่าเรารับมือกับมันได้ เราเก่งที่สุด!!!!
เราได้เพื่อนจากหลายประเทศ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ได้เล่าเรื่องประเทศไทย ได้เรียนรู้ภาษาจีนกับญี่ปุ่นเพิ่ม โลกมันกว้างขึ้นจริงๆ มุมมองเรากว้างขึ้นมาก
ธรรมชาตินิวซีแลนด์สวยมาก ท้องฟ้ากว้าง พระอาทิตย์ตกคือสวยจนต้องหยุดมอง อากาศเปลี่ยนเร็วมาก เช้าแดด บ่ายฝน เย็นลมแรง 😂 แต่ความเงียบ ความสะอาด ความเป็นระเบียบของเมือง ทำให้รู้สึกสงบมาก
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะมาอีกไหม?
คำตอบคือ “แน่นอน”
มันไม่ง่าย แต่มันคุ้มมาก
เพราะสิ่งที่ได้กลับมา ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ
แต่คือเวอร์ชันใหม่ของตัวเองที่กล้าขึ้น มั่นใจขึ้น และเข้าใจโลกมากขึ้น 🌎✨
ขอบคุณทุกบทเรียน
ขอบคุณทุกคนที่เจอ
ขอบคุณตัวเองที่กล้าก้าวออกมา
เพราะนี่คือ 1 ปีที่เปลี่ยนชีวิตจริงๆ 💙
ติดต่อทำเรื่อง สอบถามเพิ่มเติม
Line Official : @aegstudytravel













Comments